• เมืองซูริค – ย่านเมืองเก่าซูริค – โบสถ์หอคอยกรอสมุนเตอร์ – โบสถ์เซนต์ ปีเตอร์โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ – ป้อมปราการลินเดนฮอฟ
  • เขตนีเดอร์ดอร์ฟ – ถนนบานโฮฟซตราสเซอ – ถนนออกัสตอนเนอร์กาส – เมืองลูเซิร์น – อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก
  • สะพานไม้ชาเปล – นั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาทิตลิส – เมืองบาเซิล – พิพิธภัณฑ์ Kunstmuseum – เมืองเก่าบาเซิล – บาเซิลมินสเตอร์
  • ศาลากลางบาเซิล – จัตุรัส Martkplatz – เมืองเอชีเกม – เมืองกอลมาร์ – เมืองรีคเวียร์ – เมืองสตราสบูร์ก – อาสนวิหารสตราสบูร์ก
  • เมืองแร็ง – ช้อปปิ้งลาวาเล่ เอ้าท์เล็ท – ปลัสเดอลากงกอร์ด – ปาแลเดอชาโล – ทรอกาเดโร – ถ่ายรูปกับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ .
  • ถ่ายรูปประตูชัยฝรั่งเศส – ช้อปปิ้งถนนช็องเซลิเซ่ – ช้อปปิ้งแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์ 
ทัวร์ยุโรป
รหัส 007-1927
วันที่เดินทาง
ธ.ค.65
ช่วงเวลา
8 วัน 5 คืน
ราคาเริ่มต้น
59,990 บาท
แผนการเดินทาง
วันที่ 1
สนามบินสุวรรณภูมิ – สนามบินอาบูดาบี

18.30 : นัดหมายพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โปรดสังเกตุป้าย เลทส์โกกรุ๊ป พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกเช็คอินให้แก่ท่าน

21.05 : ออกเดินทางสู่ สนามบินอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS เที่ยวบินที่ EY 407 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาในการเดินทาง ประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที

วันที่ 2
สนามบินอาบูดาบี – สนามบินซูริค – เมืองซูริค – ย่านเมืองเก่าซูริค – โบสถ์หอคอยกรอสมุนเตอร์ – โบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ – ป้อมปราการลินเดนฮอฟ – เขตนีเดอร์ดอร์ฟ – ถนนบานโฮฟซตราสเซอ – ถนนออกัสตินเนอร์กาส - เมืองลูเซิร์น – อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก – สะพานไม้ชาเปล

00.30 : เดินทางถึง สนามบินอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และรอต่อเครื่อง

02.20 : ออกเดินทางสู่ สนามบินซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยสายการบิน Etihad Airways เที่ยวบินที่ EY 073 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 40 นาที

05.50 : เดินทางถึง สนามบินซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านการตรวจคนเข้าเมืองรับสัมภาระผ่านจุดคัดกรองตามระเบียบการของสนามบิน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองซูริค (Zurich) เมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองซูริคขึ้นชื่อเรื่องมนต์เสน่ห์ของเมืองยุโรปโบราณที่มีงานสถาปัตยกรรมแบบเก่า ในขณะเดียวกันก็เป็นเมืองที่มีความเจริญทางเทคโนโลยีสมัยใหม่และถูกยกให้เป็นหนึ่งในลำดับต้นๆของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก

นำท่านเยี่ยมชมบรรยากาศ ย่านเมืองเก่าซูริค (Zurich Old Town) ผ่านชม โบสถ์หอคอยกรอสมุนเตอร์ (Grossmunster Church) โบสถ์หอคอยคู่สูงระฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1100 ภายในมีงานประติมากรรมและสถาปัตยกรรมการตกแต่งที่สวยงาม ผ่านชม โบสถ์เซนต์ ปีเตอร์ (St. Peter’s Chruch) หอนาฬิกาที่มีหน้าปัดนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางที่ยาวถึง 8.7 เมตร และระฆังทั้ง 5 ใบที่ตีบอกเวลา

ทำมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1880 นอกจากนั้นโบสถ์แห่งนี้ยังเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง ผ่านชม โบสถ์ฟรอมุนสเตอร์ (Fraumunster Abbey) ชื่อเรื่องงานกระจกสี (Stain Glass) มีหน้าต่างกระจกสีอันสวยงามโดดเด่น นำท่านเดินทางสู่ ป้อมปราการลินเดนฮอฟ (Lindenhof) ป้อมปราการโรมันโบราณบนเนินเขาใจกลางเมืองบริเวณริมแม่น้ำลิมมัท (Limmat River) ปัจจุบันเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ จุดนัดพบ และจุดชมวิวเมืองชั้นเยี่ยมจุดหนึ่งของชาวเมือง

นำท่านเดินทางสู่ เขตนีเดอร์ดอร์ฟ (Niederdorf) เขตหมู่บ้านโบราณอีกแห่งของเมืองซูริค เป็นเขตปลอดรถ เหมาะแก่การเดินชมอาคารบ้านเรือนสไตล์ยุโรปโบราณ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งของเก่าชั้นเยี่ยม มีร้านค้าจำพวกงานฝีมือและงานศิลปะอยู่เป็นจำนวนมาก

นำท่านเดินทางสู่ ถนนบานโฮฟซตราสเซอ(Bahnhofstrasse) เป็นย่านธุรกิจการค้าสำคัญของเมือง มีความยาวประมาณ 1.4 กิโลเมตร เป็นถนนที่เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติว่าเป็น ถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้าราคาแพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตลอดสองข้างทางล้วนแล้วแต่เป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้า ร้านค้าอัญมณี ร้านเครื่องประดับ ร้านนาฬิกาและโรงแรมระดับหรู ถัดจากถนนบานโฮฟซตราสเซอ คือ ถนนออกัสตินเนอร์กาส (Augustinergasse) ถนนเก่าแก่สายเล็กๆ ที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ตลอดสองข้างทางเป็นที่ตั้งของอาคารบ้านเรือนที่มีหน้าต่างไม้แกะสลัก สร้างขึ้นจากช่างฝีมือในยุคกลาง

เที่ยง : อิสระอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง

นำท่านเดินทางสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของ

ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา

นำท่านถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument of Lucerne) แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิตเซอร์แลนด์ที่เกิดจากการปฏิวัติในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1792

นำท่านเดินสู่ สะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่านแม่น้ำรอยส์ อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในทวีปยุโรป อิสระให้ท่านเดินชมเมืองและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

ค่ำ : อิสระอาหารค่ำ ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง

วันที่ 3
เมืองเอนเกลเบิร์ก – นั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขาทิสลิต – ถ้ำธารน้ำแข็ง – สะพานแขวนทอดยาว – เมืองเก่าบาเซิล – บาเซิลมินสเตอร์-ศาลากลางบาเซิล – จัตุรัส Marktplatz

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอนเกลเบิร์ก (Engelberg) (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) เมืองเอนเกลเบิร์ก เป็นเมืองที่ตั้งของยอดเขาทิตลิส เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตภาคเหนือ สูงเหนือระดับน้ำทะเลที่ 10,623 ฟุต นำท่านขึ้นกระเช้า ที่ทิตลิส เราจะได้ขึ้นกระเช้าลอยฟ้าที่หมุนได้ 360 องศาตลอดการเดินทาง 5 นาที เจ้าแรกของโลก ที่เรียกว่า TItlis Rotair จากสถานีกลางไปยังสถานียอดเขามีความสูงที่ 3,020 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้คุณได้ชมวิวแบบพาโนรามาอันงดงามของหน้าผาหินสูงชัน และยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะที่อยู่ห่างไกลออกไป

นำท่านชม ถ้ำธารน้ำแข็ง (Glacier Cave) อาบด้วยแสงสีฟ้าเทอร์ควอยซ์สลัว เป็นน้ำแข็งที่มีอายุมากถึง 5,000 ปี มีทางเดินยาว 150 เมตรลึกลงไปใต้พื้นผิวธารน้ำแข็ง 10 เมตร ผ่านอุโมงค์ และไปยังจุดชมวิว

นำท่านเดินชม สะพานแขวนทอดยาว Titlis Cliff Walk ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 3,041 เมตร สูงจากพื้น 500 เมตร สะพานแขวนอันตระการตาบนยอดเขา Titlis Cliff Walk ถือเป็นสะพานแขวนที่สูงที่สุดในยุโรปอีกด้วย อิสระให้ท่านถ่ายรูปและพักผ่อนบนยอดเขาตามอัธยาศัย

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองบาเซิล (Basel) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง) บาเซิลเป็นเมืองพรมแดนสวิส เยอรมัน ฝรั่งเศส มาบรรจบกัน บาเซิลมักถูกมองว่าเป็นเมืองหลวงทางวัฒนธรรมของสวิตเซอร์แลนด์ มีชื่อเสียงในด้านพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง นำท่านผ่านชม พิพิธภัณฑ์ Kunstmuseum เป็นที่รวมผลงานศิลปะที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งด้านในมีผลงานของนักจิตรกรชื่อดังระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Van Gogh , Monet, Picasso

นำท่านชม เมืองเก่าบาเซิล (Basel Old Town) หรือ Altstadt Altstadt เป็นภาษาเยอรมันแปลว่าเมืองเก่า หรือหมายถึงเมืองประวัติศาสตร์หรือใจกลางเมืองภายในเมืองเก่าหรือกำแพงเมือง อาคารที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองเก่าสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 ถ่ายรูปด้านนอกกับ บาเซิลมินสเตอร์ (Basel Minster) เป็นอาคารทางศาสนาในเมืองบาเซิลของสวิสเดิมเป็นมหาวิหารคาทอลิกและปัจจุบันเป็นคริสตจักรโปรเตสแตนต์ที่ได้รับการปฏิรูป มหาวิหารเดิมถูกสร้างขึ้นระหว่าง 1019 และ 1500 ในโรมันและโกธิครูปแบบ ปลายโรมันอาคารถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวที่เกิดที่เมืองบาเซิล เมื่อปี1356 และได้รับการสร้างขึ้นมาใหม่ เป็นอาคารที่สวยงามตระการตาด้วยผนังหินทรายสีแดงอมชมพูและหลังคาที่มีลวดลายเป็นกระจก ผ่านชม ศาลากลางบาเซิล (City Hall of Basel) มีอายุมากกว่า 500 ปี ที่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส Marktplatz อิสระให้ท่านเดินชมเมืองและช้อปปิ้งย่านจัตุรัส Marktplatz ถนนสายหลักของบาเซิลที่ขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่มีร้านค้ามากมาย

ค่ำ : อิสระอาหารค่ำ ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง

วันที่ 4
เมืองเอกีเชม – เมืองกอลมาร์ – เมืองรีคเวียร์ – เมืองสตราสบูร์ก – อาสนวิหารสตราสบูร์ก

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินสู่ เมืองเอกีเชม (Eguisheim) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที) หมู่บ้านเล็กๆในแคว้นอัลซาส (Alsace) เป็นหมู่บ้านที่ผลิตไวน์คุณภาพสูงในแคว้นนี้ ในปี 2013 ได้รับการโหวตให้เป็น Village prefere des Francais คือ หมู่บ้านที่ชื่นชอบของฝรั่งเศส อิสระให้ท่านเดินชมความสวยงามของเมืองตามอัธยาศัย

นำท่านเดินสู่ เมืองกอลมาร์ (Colmar) เมืองกอลมาร์เป็นเมืองหลวงในแคว้นอัลซาส (Alsace) ในประเทศฝรั่งเศส ตั้งอยู่บน “เส้นทางไวน์ของอาลซัส” และได้ชื่อว่าเป็น “Capitale des vins d’Alsace” (เมืองหลวงแห่งไวน์แห่งอาลซัส)กอลมาร์เป็นบ้านเกิดของจิตรกรและช่างแกะพิมพ์มาร์ติน โชนเกาเออร์ และประติมากรเฟรเดริก โอกุสต์ บาร์ตอลดีผู้ออกแบบอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพในสหรัฐอเมริกา กอลมาร์มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้ยังคงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณ

กอลมาร์มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้ยังคงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยกาศของเมืองโบราณในตัวเมืองเก่าก็มีพิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่อาศัยที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลาง กอลมาร์ยังได้รับขนานนามว่าเป็น

Little Venice หรือ เวนิสแห่งฝรั่งเศส เพราะมีคลองพาดผ่านตัวเมือง อิสระให้ท่านเดินชื่นชมความสวยงามของบ้านหลากสีสันน่ารักริมคลองตามอัธยาศัย

นำท่านชม เมืองเก่ากอลมาร์ (Colmar Old Town) ย่านเก่าแก่ของกอลมาร์ที่มีความสมบูรณ์และสวยงามด้วยบ้านไม้ที่มีหลังคาโค้งและพระราชวังยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาอันวิจิตรที่ประดับประดาด้วยดอกไม้

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านเดินทางสู่ เมืองรีคเวียร์ (Riquewihr) เมืองในแคว้นอาลซัส (Alsace) อยู่ไม่ไกลจากเมืองกอลมาร์ เป็นเมืองเล็กๆน่ารัก สีสันของอาคารสวยงามเหมือนสีลูกกวาดเรียงติดๆกัน อิสระให้ท่านเดินชมเมืองตามอัธยาศัย

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสตราสบูร์ก(Strasbourg) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง) เมืองในแคว้นอาลซัส (Alsace) เป็นเมืองที่สำคัญตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากเป็นที่ตั้งยุทธศาสตร์ มีการตั้งถิ่นฐานของพวกเคลต์ เคยตกเป็นของโรมันใน ค.ศ. 1697 ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเยอรมัน

เป็นเมืองที่เป็นหัวข้อพิพาทระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสมาหลายศตวรรษ ป้อมปราการในเมืองนี้ถูกสร้างโดยชาวเยอรมัน บ้านเมืองจึงเป็นการผสมผสานของทั้งสองประเทศ

นำท่านชม อาสนวิหารสตราสบูร์ก(Cathédrale de Strasbourg) หรือ อาสนวิหารแม่พระแห่งสตราสบูร์ก เป็นโบสถ์โรมันคาทอลิกที่มีฐานะเป็นอาสนวิหาร ตั้งอยู่ที่เมืองสตราสบูร์ก แคว้นกร็องแต็สต์ ประเทศฝรั่งเศส อันเป็นที่ตั้งของอัครมุขมณฑลสทราซบูร์ ส่วนหลักของสถาปัตยกรรมเป็นแบบโรมาเนสก์ แต่ยังมีส่วนประกอบที่สำคัญของสถาปัตยกรรมแบบกอทิกตอนปลายที่งดงามที่สุดแห่งหนี่ง

อาสนวิหารสตราสบูร์กเคยได้รับการบันทึกเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีความสูงที่สุดในโลก ในช่วงปี ค.ศ. 1647 จนถึงปี ค.ศ. 1874 ด้วยความสูงถึง 142 เมตร ซึ่งในปัจจุบัน ถือเป็นวิหารที่สูงที่สุดอันดับที่หกของโลก และสูงที่สุดเป็นอันดับสองรองจากอาสนวิหารรูอ็อง และยังถือเป็นวิหารที่สูงที่สุดที่สร้างในยุคกลาง ที่ยังคงสภาพอยู่ในปัจจุบันอาสนวิหารได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก อีกด้วย

นำท่านชมย่าน  La Petite France หรือ Little France ในภาษาอังกฤษ ย่านประวัติศาสตร์ของเมืองสตราสบูร์ก เป็นย่านที่มีแม่น้ำไหลออกหลายช่องทาง ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอีล (River ill)ชาวบ้านสมัยก่อนนิยมทำการฟอกหนัง ทำให้น้ำเน่าเสียมีกลิ่นเหม็นเต็มไปด้วยบ้านเรือนครึ่งไม้ โคลัมเบจ สีดำและขาว โครงสร้างเก่าแก่ที่แปลกตาเหล่านี้มาจากทศวรรษที่ 1500 -1600 เป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของสตราสบูร์ก และ

ได้รับการยกย่องจากองค์กรยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ปัจจุบันในย่านนี้เป็นมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าต่างๆมากมาย อิสระให้ท่านเดินชมเมืองและช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

ค่ำ : อิสระอาหารค่ำ ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง

วันที่ 5
เมืองแร็งส์ – อาสนวิหารแร็งส์ – มหาวิหารแซงต์เรมี – ช้อปปิ้งลาวาเล่ เอ้าท์เล็ท – เมืองปารีส

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินสู่ เมืองแร็งส์ (Reims) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง) เป็นเมืองในจังหวัดมาร์น ในแคว้นช็องปาญาร์แดนในประเทศฝรั่งเศส เมืองแร็งส์ก่อตั้งขึ้นโดยกอลและกลายมาเป็นเมืองสำคัญระหว่างสมัยจักรวรรดิโรมัน ต่อมาแร็งส์ก็มามีบทบาทสำคัญต่อราชบัลลังก์ฝรั่งเศสในการเป็นสถานที่สำหรับการทำพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์ฝรั่งเศสที่มหาวิหารนอเทรอดามแห่งแร็งส์

เที่ยง : บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน

นำท่านชม อาสนวิหารแร็งส์ (Reims cathedral) สถานที่จัดพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งมีอายุมากกว่า 900 ปี อาสนวิหารที่เห็นในปัจจุบันสร้างบนฐานของวิหารเดิมที่ถูกเพลิงไหม้ไปเมื่อ ค.ศ. 1211

นำท่านชม มหาวิหารแซงต์เรมี (Saint Remi Basilica) โบสถ์แห่งนี้ ได้รับการชึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก และได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกสไตล์โกธิกในด้านงานประติมากรรมและสถาปัตยกรรม บางส่วนของอาคารมีอายุเก่าแก่กว่ายุคโกธิกมาก เนื่องจากทางเดินกลางแบบโรมาเนสก์และปีกนกมาจากช่วงทศวรรษที่ 1000

นำท่านเดินทางสู่ เอาท์เล็ท ลาวาเล่ (La Valley Village Outlet) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1.15 ชั่วโมง) เป็นเอาท์เล็ทจำหน่ายสินค้าแบรด์เนมชื่อดังต่างๆ โดยจำหน่ายในราคาถูกกว่าราคาปกติอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ และมี

บางช่วงโปรโมชั่นพิเศษตามฤดูกาลต่างๆที่อาจลดราคาไปถึง 70 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่า ทำให้เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการช็อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองปารีส (Paris) (ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 40 นาที) ปารีสเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศสตั้งอยู่บนแม่น้ำแซน ตั้งถิ่นฐานมามากกว่า 2,000 ปี ปัจจุบันปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และเป็นสถานทีท่องเที่ยวที่โด่งดังแห่งหนึ่ง

ค่ำ : อิสระอาหารค่ำ ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง

วันที่ 6
เมืองปารีส – ปลัสเดอลากงกอร์ต – ปาแลเดอชาโย – ทรอกาเดโร – พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ – ประตูชัยฝรั่งเศส – ถนนช็องเซลิเซ่ - ห้างสรรพสินค้าแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์

เช้า : บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านผ่านชม ปลัสเดอลากงกอร์ด (Place de la Concorde) เป็นหนึ่งในสี่เหลี่ยมสาธารณะที่สำคัญในปารีส เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในปารีส ออกแบบโดย Ange Jacques Gabriel ในปี 1755 เป็นรูปแปดเหลี่ยมที่มีคูน้ำล้อมรอบ ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. 2332 รูปปั้นของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 แห่งฝรั่งเศสถูฏรื้อถอนและบริเวณนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น  Place de la Revolution รัฐบาลปฏิวัติใหม่ได้สร้างกิโยตินขึ้นที่จัตุรัส และที่นี่เป็นที่ที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ถูกประหารชีวิต เมื่อ พ.ศ. 2336 ในปี พ.ศ.2338 ภายใต้ไดเร็กทอรีจัตุรัสได้เปลี่ยนชื่อเป็น Place de la Concorde  เพื่อเป็นการแสดงความปรองดองหลังจากความวุ่นวายของปฏิวัติ หลังจากการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 ชื่อก็กลับไปเป็น Place de la Concorde ละยังคงเป็นเช่นนั้นตั้งแต่นั้นมา

นำท่านเดินทางสู่ ปาแลเดอชาโย (Palais de Chaillot) ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามหอไอเฟลคนละฝั่งของแม่น้ำแซน ตั้งอยู่บนที่ตั้งเดิมของ ปาแลดูว์ทรอกาเดโร (Palais du Trocadero) ซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกสั้นๆขอสถานที่นี้ว่า ทรอกาเดโร (Trocadero) อาคารแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดงานนิทรรศการ

สร้างในสถาปัตยกรรมแบบ Neo Classic ต่อมาได้มีการรื้อถอนอาคารเดิมและสร้างอาคารแบบใหม่โดยใช้ชื่อว่า ปาแลเดอชาโย (Palais de Chaillot) โดยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับอาหารเดิม คือ มีตัวอาคารยื่นออกเป็นปีกทั้งสองข้าง โดยลักษณะโค้ง โดยสร้างบนรากฐานของอาคารเดิมทั้งหมด เว้นเพียงแต่ว่า ปีกโค้งทั้งสองอาคารนั้นเป็นอาคารแยกกัน โดยไม่มีอาคารเชื่อมตรงกลาง แต่เว้นเป็นลานจัตุรัส

เปิดโล่งแทน เราสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของหอไอเฟลได้จากจัตุรัสทรอกาเดโรผ่านจากลานว่างแห่งนี้ ที่นี่จึงถือเป็นแลนด์มาร์คที่นัก่ทองเที่ยวที่มาเยือนปารีสต้องมาถ่ายรูปวิวหอไอเฟล ณ ลานแห่งนี้ อิสระให้ท่านถ่ายรูปคู่กับหอไอเฟลอย่างจุใจ

นำท่านถ่ายรูปด้านนนอกของ พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ (Louver Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ทางศิลปะตั้งอยู่ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด เก่าแก่ที่สุด และใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชมได้เมื่อปี พ.ศ. 2336 (ค.ศ. 1793) มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยราชวงศ์กาเปเซียง ตัวอาคารเดิมเคยเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งปัจจุบันเป็นสถานที่ที่จัดแสดงและเก็บรักษาผลงานทางศิลปะที่ทรงคุณค่าระดับโลกเป็นจำนวนมากกว่า 35,000 ชิ้น จากตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงศตวรรษที่ 19 อิสระให้ท่านได้ถ่ายรูปกับพีระมิดแก้วของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ออกแบบโดย ไอ. เอ็ม. เป สถาปนิกชาวจีน-อเมริกัน ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อปีค.ศ.1988 โดยเป็นหนึ่งในโครงการที่ริเริ่มของประธานาธิบดีฟร็องซัว มีแตร็อง เพื่อใช้สอยเป็นทางเข้าหลักของพิพิธภัณฑ์

นำท่านถ่ายรูปกับ ประตูชัยฝรั่งเศส (Arc de Triomphe) เป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญของกรุงปารีส ตั้งอยู่กลางจัตุรัส ชาร์ล เดอโกล ประตูชัยแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นการสดุดีวีรชนทหารกล้าที่ได้ร่วมรบเพื่อประเทศฝรั่งเศส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสงครามนโปเลียน

นำท่านสู่ ถนนช็องเซลิเซ่ (Champs Elysees) เป็นย่านการค้าของฝรั่งเศส ไม่ว่าจะเป็น โรงละคร ร้านกาแฟ และร้านค้าหรูหรา แบรนด์เนมต่างๆ สองข้างทางมีต้นเกาลัดที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามปลูกเรียงราย ชื่อ ช็องเซลีเซ มาจากคำว่า ทุ่งเอลิเซียม จากเทพปกรฌัมกรีกในภาษาฝรั่งเศส ช็องเซลีเซได้รับการขนานนามว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในโลก

อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

เที่ยง : อิสระอาหารกลางวัน ตามอัธยาศัยเพื่อสะดวกแก่การช้อปปิ้ง

นำท่านเดินทางสู่ ห้างสรรพสินค้าแกลลอรี่ ลาฟาแยตต์ (Galleries Lafayette) ตั้งอยู่บน Boulevard Haussmann ในเขตที่ 9 ของกรุงปารีสใกล้กับ Opera Garnier มีแบรนด์หลากหลายให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าต่างๆที่ร้านเพื่อให้เหมาะกับทุกงบประมาณ ตั้งแต่เสื้อผ้าสำเร็จรูปไปจนถึงแฟชั่นชั้นสูง สถาปัตยกรรมของร้านเป็นแบบอาร์ตนูโว มีโดมที่โดดเด่นและทัศนียภาพอันงดงามของกรุงปารีส ทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองหลวงของฝรั่งเศส อิสระให้ท่านช้อปปิ้งได้ตามอัธยาศัย

ค่ำ : บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตคารอาหารท้องถิ่น พิเศษเมนู Escargot & Duck Confit

วันที่ 7
สนามบินปารีส ชาร์ล เดอโกล – สนามบินอาบูดาบี

เช้า : บริการอาหารเช้า แบบกล่อง นำท่านเดินทางสู่ สนามบินปารีส ชาร์ล เดอโกล ประเทศฝรั่งเศส

09.30 : นำท่านเดินทางสู่ สนามบินอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS  เที่ยวบินที่ EY 032 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที

18.55 : เดินทางถึง สนามบินอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เพื่อรอการเปลี่ยนเครื่องกลับสู่กรุงเทพฯ

21.45 : นำท่านเดินทางสู่ สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสายการบิน ETIHAD AIRWAYS  เที่ยวบินที่ EY 402 (บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง 30 นาที

วันที่ 8
สนามบินอาบูดาบี – สนามบินสุวรรณภูมิ

07.20 : เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

เงื่อนไข

 

https://vm105.net/smile105/wp-content/uploads/2022/08/Picture2-4.png

โปรแกรมทัวร์ที่น่าสนใจ
  • มิ.ย.65 - ต.ค.65
  • 3 วัน 2 คืน
เริ่มต้น 4,999 บาท
  • ก.พ.66 - เม.ย.66
  • 5 วัน 3 คืน
เริ่มต้น 39,999 บาท